Loading...

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความรู้เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ก่อนนำมาเลี้ยง

ความรู้เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ก่อนนำมาเลี้ยง

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) สุนัข พันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก เรามักจะได้เห็น สุนัขพันธุ์โกลเด้น จากโฆษณาหรือภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง ที่มีรูปร่างท่วงท่าสวยงาม หน้าตาน่ารัก ใจดี ขี้เล่น ขนยาวสีเหลืองทอง แถมยังเป็น สุนัข ฉลาด พูดรู้เรื่อง เชื่อฟังคำสั่ง จึงทำให้หลายคนเกิดติดใจอยากหา โกลเด้น มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคู่ใจสักตัว ขณะที่หลายคนก็อาจตกหลุมรัก สุนัข พันธุ์นี้ จนมีไว้ในครอบครองหลายตัวแล้วก็ได้

 


           โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษและสก๊อตแลนด์ โดยมีการบันทึกไว้ในช่วงทศวรรษที่  1860   ซึ่งบันทึกไว้ว่าได้มีคณะละครสัตว์ของรัฐเซีย   ได้นำฝูง สุนัข มาแสดง จนทำให้ท่านลอร์ด  ทวีดมัธ  ( Lord  Tweedmouth ) รู้สึกประทับใจ จึงได้ทำการขอซื้อไว้แล้วนำมาผสมพันธุ์หลายชั่วอายุ  จึงได้สายพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ในที่สุด แต่การนำมาผสมกับสายพันธุ์ไหนนั้นยังไม่มีหลักฐานสรุปที่แน่นอน  แต่มีการสันนิษฐานว่า โกลเด้น มีสายเลือดผสมระหว่างสุนัขพันธุ์ Yellow Flat-Coated Retriever และ Light-Coated Tweed Water Spaniels และอาจจะมีสายพันธุ์ของ Newfoundland หรือ Bloodhound ผสมอยู่ด้วย         





           ทั้งนี้ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็น สุนัข ที่มีความเชี่ยวชาญทางน้ำ โดยแต่เดิมเป็น สุนัข ที่ใช้ในกีฬาล่าสัตว์ นายพรานจะใช้ โกลเด้น ไปเก็บเป็ดน้ำที่ยิงได้กลับมา เนื่องจากมีประสาทสัมผัสดีเลิศทั้งในด้านของการฟังเสียง การดมกลิ่นสะกดรอย นอกจากนี้ โกลเด้น ยังมีสายตาอันเฉียบคมและแม่นยำ ด้วยเหตุนี้วงการทหารและตำรวจในหลายๆ ประเทศจึงได้นำ สุนัขพันธุ์โกลเด้น นี้มาฝึกเพื่อไว้ช่วยงานราชการ อาทิเช่น ตรวจค้นยาเสพติด, ดมกลิ่นสะกดรอยคนร้าย, ยามรักษาความปลอดภัย แต่ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงสุด ก็เห็นจะได้แก่ฝึกให้เป็น สุนัข นำทางคนตาบอด ทั้งนี้เพราะ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขฉลาด และสุภาพ

 


           โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ หรือที่บางคนเรียก เยลโล่ รีทรีฟเวอร์ ( YELLOW RETRIEVER ) เป็นที่รู้จักและนิยมเลี้ยงกันแพร่หลายในประเทศอังกฤษ จนในปี ค.ศ. 1930 โกลเด้น ก็เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา โดยยุคนั้นชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะเลี้ยง โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ไว้เพื่อเป็นนักล่า

           ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1977 ได้จัดให้มีการประกวดความสามารถและความฉลาดแสนรู้ของ สุนัข ซึ่งผลปรากฏว่า สุนัข ที่ได้รางวัลที่ 1-3 ล้วนเป็น สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ทั้งสิ้น จากผลการประกวดในครั้งนั้นทำให้ชาวอเมริกันเริ่มเกิดความตื่นตัว และหันมาให้ความสนใจเลี้ยง สุนัขพันธุ์โกลเด้น เป็น สัตว์เลี้ยง กันมากขึ้น

 ลักษณะทั่วไปของ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

           โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็น สุนัข ในกลุ่มกีฬา (Sporting Group) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้งานในกีฬาล่าสัตว์ เป็น สุนัข ขนาดกลาง มีอายุเฉลี่ย 12 – 14 ปี ตัวผู้สูงราว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 64-70 ปอนด์ ตัวเมีย สูง 21-23 นิ้ว น้ำหนัก 60-70 ปอนด์ มีสีหลายระดับสี มักจะเป็นสีออกครีมถึงสีเหลืองทอง จนถึงกึ่งเข้มแดงมะฮอกกานี เป็น สุนัข ที่มีลักษณะหัวกว้าง และมีช่วงปากที่แข็งแรง ตาสีน้ำตาล หูค่อนข้างใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม ปรกลงมาด้านข้าง มีขน 2 แบบ คือเรียบกับเป็นลอน ขนชั้นนอกแน่น เงา หยิกเป็นลอนเล็กน้อย และราบเรียบไปตามลำตัว กันน้ำได้ดี ขนชั้นในแน่น และกันน้ำได้ดีเช่นเดียวกัน มีขนปุกปุยหนาแน่นบริเวณคอ ขาหน้าตรงแข็งแรง เท้ากลมคล้ายเท้าแมว

           โครงสร้างลำตัวของ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ จะสั้นกระชับได้สัดส่วน อกลึกและกว้าง ความลึกของอกลึกเสมอข้อศอกขาหน้า ลำตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ช่วงรอยต่อระหว่างจมูก ปาก และหน้าผาก มีความลาดเล็กน้อยไม่ถึงกับหัก สันจมูกเป็นเส้นตรง หนังย่นบริเวณหน้าผากอนุโลมให้มีได้ หนังบริเวณใบหน้าเรียบตึง ฟันมีลักษณะขบกันได้สนิท โดยฟันหน้าบนขบเกยอยู่ด้านนอก ส่วนจมูกมีสีดำหรือน้ำตาลดำ ลักษณะของหูสั้นพอประมาณ ใบหูห้อยปรกลงแนบกับส่วนแก้ม และหางอยู่ในตำแหน่งสูงสุดต่อจากเส้นหลังและหางมีขนาดใหญ่โดยเฉพาะที่บริเวณโคนหาง

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

 อุปนิสัยของ สุนัข โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

          เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามี สุนัข น้อยพันธุ์นักที่จะมีนิสัยสุภาพ น่ารัก มีเสน่ห์ ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ และเสียสละรักเจ้าของได้เท่ากับ สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ นี้ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็น สุนัข ที่ใจดี ชอบอยู่กับคนและสัตว์อื่น มีมนุษย์สัมพันธ์ดี สามารถปล่อยให้เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กๆ หรือลูกหลานได้อย่างสบายใจ ค่อนข้างติดคนหรืออยากให้เจ้าของสนใจเสียจนบางครั้งอาจรู้สึกว่าน่ารำคาญ

          นอกจากนี้ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ยังเป็น สุนัข ที่ฝึกง่าย แต่ควรเริ่มฝึก โกลเด้น เสียแต่เนิ่นๆ แต่ก็มีบางตัวที่ขี้ตกใจ เป็นกระต่ายตื่นตูม ดังนั้น การฝึกที่นุ่มนวลและมีแรงจูงใจที่ดีจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ โกลเด้น ชอบเห่าเมื่อมีคนอยู่หน้าประตูบ้าน แต่มีบ่อยครั้งที่การเห่านั้นเป็นการแสดงการทักทาย มิใช่การขู่ เจ้าของควรทำรั้วล้อมรอบบริเวณบ้านให้ดี เพราะถ้าขืนปล่อย สุนัข พันธุ์นี้ให้เป็นอิสระมากไป มันจะหนีออกไปข้างนอกบ้านและคุณคงต้องตามหามันจนเหนื่อย เนื่องจาก โกลเด้น มีนิสัยชอบเที่ยว ชอบผจญภัยเอามากๆ

 อาหารและการเลี้ยงดู สุนัข โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

           โกลเด้น เป็น สุนัข ที่มีขนร่วงมาก จำเป็นจะต้องแปรงและหวีขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง โกลเด้น จะมีความสุขมากๆ หากเจ้าของพามันไปเดินเล่นไกลๆ ทุกวันหรือหาสนามโล่งๆ ให้ได้วิ่งเล่นแบบสบายๆ ไร้กังวล ได้เล่นกับ สุนัข ตัวอื่น วิ่งเก็บลูกบอล หรือว่ายน้ำ

           และด้วยความที่ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ มีต้นกำเนิดมาเพื่อล่าสัตว์ที่อยู่ริมน้ำ ดังนั้น บุคลิกที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ สุนัข พันธุ์นี้คือ ชอบลงไปในบริเวณที่มีน้ำขังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ กระถางบัว บ่อปลา หรือแม้แต่ชามใส่น้ำของตัวมันเอง จึงขอแนะนำให้หาอ่างน้ำ หรือภาชนะใดๆ ใส่น้ำไว้สำหรับให้เขาเล่นโดยเฉพาะ

           ส่วนอาหารที่ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ขนาดโตเต็มวัยต้องการควรเป็นอาหารชั้นดี โดยให้เพียงวันละ 1 ครั้งในปริมาณที่เพียงพอ และในระหว่างวันอาจให้บิสกิตเสริมได้วันละ 2 ครั้ง

           บริเวณสำหรับนอนเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ โกลเด้น ต้องการผ้าปูรองนอนนุ่มๆ หาของเล่นส่วนตัวสักชิ้นสองชิ้นที่มันสามารถกัดแทะได้ เช่น กระดูกเทียม หรือลูกบอลยางวางไว้รอบตัวให้มันด้วย จะช่วยให้ โกลเด้น มีที่สงบและปลอดภัย สำหรับช่วงเวลาที่พวกมันต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการพักผ่อน นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังต้องดูแลเรื่องความสะอาดภายในใบหู ดูแลเรื่องเห็บและหมัด รวมทั้งตัดเล็บให้มันอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้วิ่งและกระโดดง่ายขึ้น

 โรคและวิธีการป้องกัน

           โรคประจำสายพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ที่พบบ่อยๆ คือ โรคข้อสะโพก โรคต้อกระจก โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ โรคเนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง

            โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia ) เป็นโรคกระดูกที่พบได้มากในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ( Giant and large breed ) โดยพบมากถึง 1 ใน 3 ของโรคกระดูกทั้งหมดใน สุนัข โดยโรคนี้จะมีพัฒนาการในช่วงที่มีการเจริญเติบโต ของกระดูกจึงอาจพบได้ตั้งแต่ 4-12 เดือน

            โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ กล่าวคือ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ และก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายโดยแสดงออกทางผิวหนัง อาการที่พบคือ สุนัข จะมีอาการขนร่วง เช่น  ข้างลำตัว  รอบก้นและหาง  หน้าอก  ใน สุนัข อายุมากมักพบรังแคกระจายทั่วร่างกาย  อาจพบผิวหนังมีเม็ดสีสะสม  มักพบเป็นสีดำ อาจมีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ อ่อนเพลีย  ซึ่งโรคนี้มักพบใน สุนัข อายุ  6-10  ปี แต่ถ้าเป็น สุนัข พันธุ์ใหญ่สามารถพบในอายุน้อยกว่า  6  ปีได้ ดังนั้น หาก สุนัข ของคุณมีอาการดังนี้  แนะนำให้พา สุนัข มาตรวจกับสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาจะดีที่สุด

            โรคเนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง พบได้ทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงและชนิดที่เป็นมะเร็ง ลักษณะที่พบคือ เป็นเนื้องอกขอบไม่เรียบและมีสีต่างๆ สามารถพบเนื้องอกที่บริเวณผิวหนังของศีรษะ ปลายเท้า หลัง และภายในช่องปาก ซึ่งโดยมากแล้วมักพบในช่องปากของสุนัข โดย สุนัข จะมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ มีกลิ่นปาก น้ำหนักลด มีเลือดออก ฟันหลุด และไม่สามารถกินอาหารได้ ซึ่งหากผู้เลี้ยงพบอาการดังกล่าวมานี้ ควรรีบพา สุนัข ไปรักษาโดยเร็ว เพราะหากเป็นเนื้องอกชนิดที่มีเชื้อมะเร็ง จะมีอัตราการเสียชีวิตสูง การรักษาทำได้โดยการผ่าตัดกรณีเชื้อยังไม่แพร่กระจาย แต่หากเชื้อแพร่กระจายแล้วจะใช้วิธีเคมีบำบัด

            โรคต้อกระจก มักเกิดกับ สุนัข ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป โดยจะมองเห็นแก้วตามีลักษณะขุ่นขาว ซึ่ง สุนัข ยังพอมองเห็นได้ แต่ถ้าแก้วตาขุ่นเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้มองไม่เห็น เนื่องจากแสงไม่สามารถผ่านเข้าไปยังจอรับภาพได้ ทั้งนี้สาเหตุเป็นเพราะโรคเบาหวาน หรือได้รับบาดเจ็บ มีแผลที่ตา อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจกอาจจะพบได้ใน สุนัข อายุน้อยตั้งแต่เกิดจนถึง 3 ปี เนื่องจากเป็นมาตั้งแต่เกิด สำหรับการรักษา ควรรีบพา สุนัข ของคุณไปพบสัตวแพทย์ เพื่อรับการตรวจและรักษาทันที หากปล่อยทิ้งไว้นาน จะทำให้การรักษายากขึ้น และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดได้

ที่มา kapook
คลิป youtube

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไอศครีมทำมาจากอะไร

ไอศครีมทำมาจากอะไร


 




    จุดเริ่มต้นของไอศกรีมในระดับสากล นายโทมัส อาร์ควินนี่ เล่าว่า การรับประทานไอศกรีมน่าจะเริ่มต้นกันมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรห์ แห่งอนาจักรโรมันที่ได้พระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่เหล่าทหารหาญที่อยู่ในกองทัพของพระองค์ แต่ในขณะนั้นไอศกรีมเกิดจากเป็นการนำหิมะมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งและผลไม้ ต่อมาเรียกไอศกรีมประเภทนี้ว่า เชอร์เบ็ท(Sherbet)นั่นเอง แต่ตำนานนี้ก็หาได้เป็นแค่ตำนานเดียวที่เล่าสืบต่อกันมาถึงต้นกำเนิดของไอศกรีมไม่



     หากแต่บางกระแสก็ระบุว่าบรรพชนของคนจีนค้นพบไอศกรีมเป็นครั้งแรก เมื่อประมาณ 4,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะของไอศกรีมในประเทศจีนทำมาจากข้าวบดผสมกับนมสดที่เย็นจนเป็นนำแข็งและได้มีการสอนให้ทำไอศกรีมให้กับคนอินเดียและชาวเปอร์เชียอีกด้วย การก่อกำเนิดไอศกรีมตามตำนานประเทศจีนระบุว่า เป็นเรื่องของความบังเอิญแท้ๆ 




         ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนในสมัยนั้นเพิ่งจะมีการรู้จักรีดนมจากสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในฟาร์ม เมื่อรีดออกมาจำนวนมากก็บริโภคไม่หมด ประกอบกับน้ำนมเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากๆ คนชั้นสูงเห็นท่าไม่ดีจึงเกิดแนวคิดนำน้ำนมไปหมกซ่อนไว้ในหิมะนัยว่าเพื่อต้องการที่จะถนอมน้ำนมเอาไว้รับประทานได้นานๆ
เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญแท้ๆ

           จนกระทั่งน้ำนมที่นำไปหมกไว้ในหิมะกลายเป็นนมแช่แข็งขึ้นมาในบัดดล จากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบจากนมแช่แข็งที่แสนจะสุดธรรมดาให้กลายเป็นน้ำผลไม้แช่แข็ง ในส่วนของราชวงศ์โมกุลได้นำเอานมต้มมาผสมกับถั่วพิสตาซิโอจนเกิดเป็นของหวานแช่แข็งเรียกกันว่า Kulfi ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแบบแผนของไอศกรีมในยุคโบราณ




          จนปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโล เดินทางไปจีน และชื่นชอบ จึงนำสูตรกลับไป อิตาลีขณะเดินทางมีการเติมนมลงไป กลายเป็นสูตร ของเขาโดยเฉพาะ และแพร่หลายไปในอิตาลี ฝรั่งเศสและข้ามไปอังกฤษ คนอิตาลีถือว่าตนเองเป็นต้นตำรับไอศกรีมแบบที่นำมาปั่นให้เย็นจนแข็ง เรียกว่าเจลาติ (Gelati) ประเทศอิตาลีและมีการพัฒนาไปมากจนทำให้อิตาลีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งไอศกรีมเลิศรสเลยทีเดียว ขณะเดียวกันคนอิตาลีมักจะทึกทักเอาว่าบรรพชนของตนเป็นคนค้นพบไอศกรีมเป็นครั้งแรกเสมอมา 



    แถบยุโรปประมาณ ค.ศ.1670 ฟรานเอสโก ได้นำไอศกรีมไปจำหน่ายภายในร้านกาแฟของเขาเพื่อให้บริการลูกค้าของเขาปรากฏว่าได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวางมากทีเดียวไอศกรีมได้รับการพัฒนากระบวนการผลิตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง ค.ศ.1846 นางแนนซี่ จอห์นสัน ก็สามารถสร้างเครื่องผลิตไอศกรีมขึ้นมาได้เป็นครั้งแรก และนับเป็นจุดที่ทำให้ไอศกรีม เผยแพร่เข้าไปทั่วโลกก็ว่าได้ 



     เส้นทางการแพร่หลายของเจ้าไอติม ที่น่าสนใจก็คือเมื่อประมาณศตวรรษที่ 14 ไอศกรีมได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศเทศอิตาลีและฝรั่งเศส ซึ่งในประวัติศาสตร์ ของไอศกรีมช่วงนี้ระบุว่า ในงานฉลองอภิเษกสมรสระหว่างแคเธอรีน เดอ เมดิซี แห่งเวนิชกับกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของฝรั่งเศสได้มีการนำ ของหวานกึ่งแช่แข็งมาเสริฟแขกเหรือที่มาร่วมงาน สำหรับรูปร่างหน้าตาเหมือนกับไอศกรีมไม่มีผิดเพี้ยน และนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งทำให้ ไอศกรีมกลายเป็นของหวานของคนค่อนโลกไปโดยปริยาย

ที่มา horapa.com

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สมุนไพรไทยรักษาโรคเบาหวาน

สมุนไพรไทยรักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานหลายๆ คนอาจจะคิดว่ามันเป็นอะไรที่ไม่มีอะไรน่ากลัวคิดว่ามันเป็นโรคที่ไม่มีอะไรมากมายเเต่เอาจริงๆเเล้วถ้าคนเป็นหนักนี่น่ากลัวครับ ทั้งหมดสติ หรือ บาดเเผลที่ติดเชื้อเป็นต้นครับ




บทความน่าสนใจครับลองอ่านดูครับพี่น้อง

โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อที่ตับอ่อนปล่อยฮอร์โมนที่เรียกว่า “อินซูลิน” ออกมาไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งโรคเบาหวานเป็นโรคที่เรื้อรัง สามารถรักษาได้แต่ไม่หายขาด ทั้งนี้เกิดจากสาเหตุหลายๆ อย่าง ทั้งจากกรรมพันธุ์ และอาหารการกิน โดยสาเหตุของโรคเบาหวาน เกิดจากตับอ่อนเสื่อม จึงสร้างอินซูลินได้น้อยหรือไม่ได้เลย สารอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินในร่างกายไม่พอ น้ำตาลก็ไม่ถูกนำมาใช้ จนทำให้เกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือดและอวัยวะต่างๆ และถูกไตขับออกมาทางปัสสาวะ

            ในการแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานต้องใช้ยาควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติไปตลอดชีวิต ถ้าหยุดใช้ยาควบคุมเมื่อไหร่น้ำตาลก็จะสูงขึ้นและถ้าสูงจนอยู่ในภาวะวิกฤต อาจทำให้ถึงแก่กรรมได้

            ปัจจุบันสมุนไพรได้เข้ามามีบทบาทในการรักษาและควบคุมความรุนแรงของโรคที่มีผลต่อสุขภาพชีวิตของคนไทยได้หลายๆโรค เบาหวานก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถใช้สมุนไพรในการควบคุมความรุนแรงของโรคได้ ดังจะกล่าวต่อไปนี้

สมุนไพรบำบัดและรักษาโรคเบาหวาน

 


1.เตยหอม (ใบและราก) กับใบต้นสักทอง
             วิธีทำ นำต้นเตยหอมเอาทั้งใบและราก ล้างให้สะอาด ตัดส่วนของใบสักทองและใบเตยหอมอย่างละเท่าๆ กัน เอามาคั่วไฟให้เหลือง ส่วนรากเตยหอมไม่ต้องคั่วแต่เอามาทุบให้แตก แล้วใส่ทั้ง 3 อย่างลงในหม้อต้ม นำน้ำยาที่ได้มาดื่มแทนน้ำทุกวัน ประมาณ 1 เดือน

2.ใบอินทนินน้ำ
              วิธีทำ นำใบสดของต้นอินทนินน้ำ ประมาณ 2-3 กำมือล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อเติมน้ำต้มให้สุก ทิ้งไว้ให้เย็น นำน้ำที่ได้มาดื่ม

 

3.ต้นไมยราบกับต้นครอบจักรวาล
              วิธีทำ นำต้นไมยราบและต้นครอบจักรวาลอย่างละเท่าๆ กันมาหั่นตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้เหลืองพอประมาณ ชงกับน้ำร้อนเป็นน้ำชาดื่ม

4.มะระขี้นก
              วิธีทำ ให้หั่นเนื้อมะระขี้นก ตากแดดให้แห้งนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม หรือถ้าต้องการกลบรสขมให้เติมใบชาชนิดใดก็ได้ลงไปขณะที่ชง และสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ การรับประทานเมล็ดของมะระขี้นก อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เป็นไข้ ปวดท้อง ดังนั้นหากจะนำมะระขี้นกมาทำยารับประทานต้องแกะเมล็ดออกเสมอ
5.สมุนไพรอื่นๆ อย่างเช่น อบเชย บอระเพ็ด เป็นต้น


โดย นางสาวสุพรรณิกา ใจสมัน

ที่มา http://www.ttmed.psu.ac.th

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ขั้นตอนการลงทุนเปิดร้านสปา

ขั้นตอนการลงทุนเปิดร้านสปา

ร้านสปานี่เท่าที่ผมเห็นนะครับ มันเหมือนกับคลีนิค รักษาสิว เลยครับ เเบบว่า คนรักสวยรักงาน ถ้ามีเงินพร้อมจะจ่ายเเละเข้าติดใจเเละพอใจกับการให้บริการด้วยเเล้ว เหมือนกับเสือนอนกินเลยครับเเต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมก่อนที่จะเปิดครับ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยครับ


บทความน่าสนใจจาก spamassagethai.com


การลงทุนทำธุรกิจใดๆก็ตาม ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจนั้นให้ดีเสียก่อน ทั้งยังต้องสำรวจความพร้อมในการทำธุรกิจของตนเองด้วย เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะบอกให้ทราบถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของธุรกิจที่คิดจะทำ

 


หลายคนอาจมีคำถามเกิดขึ้นว่า...ทำไมเราต้องสำรวจความพร้อมก่อนทำธุรกิจ?

เหตุผลหลักที่สามารถอธิบายได้ก็คือ เพื่อที่ผู้สนใจจะได้ทราบถึงข้อจำกัดของตนเอง หากค้นพบจุดอ่อนหรือข้อจำกัดในด้านใด ก็ยังพอมีเวลาและโอกาสที่จะทำการปรับปรุงจุดอ่อนนั้นก่อนลงมือทำธุรกิจจริงๆ

ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจสปา ผู้สนใจควรสำรวจความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก ดังนี้


มีความรู้และความสนใจในเรื่องสุขภาพ

หากคิดจะทำธุรกิจสปา ผู้ประกอบการควรมีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจสปา เช่น การออกแบบสปา การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในสปา การคิดเมนูสปา เทคนิคการนวดแบบต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรเป็นผู้ที่มีความนใจในการดูแลรักษาสุขภาพ ตลอดจนชอบใช้บริการสปาตามสถานที่ต่างๆ

 


มีความมุ่งมั่น สร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่

ความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ จะเป็นแรงผลักดันให้ผูประกอบการสามารถพิชิตปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความมุ่งมั่นใจการทำธุรกิจจะทำให้ผู้ประกอบการมีพลังในการคิดสร้างสรรค์หรือพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการให้มีความแปลกใหม่ โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง และสามารถนำความแตกต่างนั้นมาสร้างเป็นจุดขายของธุรกิจได้

มีเงินลงทุน

การทำธุรกิจใดๆก็ตาม ถ้าผู้ประกอบการปราศจากเงินลงทุน หรือมีเงินลงทุนไม่เพียงพอ อาจทำให้ธุรกิจนั้นไม่สามารถขับเคลื่อนไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ ธุรกิจสปามีรูปแบบและขนาดของการลงทุนที่แตกต่างกัน ถ้าต้องการทำธุรกิจสปาขนาดใหญ่ ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 10 ล้านบาทขึ้นไป หากทำธุรกิจขยาดกลาง ก็ต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท  ธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเช่นนี้ การจัดสรรเงินลงทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ประกอบการบางรายอาจลงทุนโดยการจัดร่วมหุ้นกับสมาชิกในครัวเรือนหรือเพื่อนๆ หรือขอกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ในกรณีที่ผู้ประกอบการลงทุนโดยขอกูเงินจากสถาบันการเงิน ความคำนึงถึงความสามารถของตนเองในการชำระเงินคืนด้วย

 



มีใจรักในงานบริการ

สปาเป็นธุรกิจประเภทให้บริการ ผู้ประกอบการควรมีความพร้อมและมีใจรักในการให้บริการ ตลอดจนมีลักษณะของการเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์และอัธยาศัยดี เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก

การที่เรามีความคิดฝันในการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่จะทำให้ฝันเป็นจริงนั้น เราต้องพร้อมที่จะมุ่งไปสู่บันไดแห่งความสำเร็จ ต้องรู้จักการกำหนดเป้าหมายในชีวิต ทั้งยังต้องลงมือทำสิ่งนั้นอย่างเต็มกำลังและความสามารถ เพื่อให้ความฝันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และต้องรู้จักการสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ

นานาทัศนะจากผู้ประกอบการธุรกิจสปา

คุณสมบัติประการหนึ่งของผู้ที่จะทำธุรกิจสปาให้ได้ดีนั้น ผู้ประกอบการควรเป็นผู้ที่มีความชอบ หรือหลงไหล และรักที่จะใช้บริการสปาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประสบการณ์เกี่ยวสปาตรงนี้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้กำหนดรูปแบบสปาในแบบที่ตนเองต้องการได้ เมื่อคิดจะทำธุรกิจสปาของตนเอง เพราะจะทำให้ทราบทั้งจุดดี จุดด้อยของสปาแต่ละแห่งที่เคยใช้บริการ จุดที่สร้างความประทับใจจุดที่ควรจะปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนรูปแบบการให้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ให้กับผู้ใช้บริการ

ที่มา spamassagethai.com